ให้อาหารกบโดยไม่ใช้คน » กระชังบก ฟาร์มกบ อบอ๊บฟาร์ม

Tag Archive: ให้อาหารกบโดยไม่ใช้คน

เทคนิคการเลี้ยงกบ ให้ประสบความสำเร็จ

ตอนนี้เป็นปี 2559 การทำเกษตร เลี้ยงกบ-ปลา ของเกษตรกร ยังคงเป็นการลงมือทำให้เกิดผลผลิตก่อนแล้วค่อยหาตลาดที่จะลง แต่ทางวิชาการเขาแนะนำว่าให้หาตลาดก่อน จึงขอเล่าเรื่องตลกแต่เป็นเรืองจริงมาเล่าให้ฟัง
“บอย” เกษตรกรมือใหม่ อ่านหนังสือมาว่า “ก่อนทำอะไรขายต้องหาตลาดให้ได้ก่อน”
“บอย” ไปหาตลาดและถามว่า “พี่เป็นพ่อค้ารับซื้อกบ ใช่มั้ยครับ?”
“พ่อค้ารับซื้อกบ” ใช่ครับ มีอะไรเหรอ
“บอย” ผมจะมาหาตลาดรับซื้อกบครับ พี่รับซื้อใช่มั้ย
“พ่อค้ารับซื้อกบ” ใช่ครับ ผมรับซื้อ คุณมีกบโตเยอะมั้ย
“บอย” อึ้ง! และตอบว่า “อ้อผมมาหาตลาดรับซื้อให้ได้ก่อนครับ ยังไม่ได้เริ่มเลี้ยง”
“พ่อค้ารับซื้อกบ” งั้นคุณมีกบโตแล้วคุณค่อยมาคุยกับผมอีกที

จึงสรุปว่าอาชีพเกษตร มันไม่ง่าย ขายแต่ลมปากมันไม่น่าเชื่อถือ เพราะว่ามันมีปัจจัยเยอะที่จะทำให้ได้ผลผลิตที่ไม่แน่นอน ส่วนมากเลยจึงต้องลงมือทำออกมาให้ได้ผลผลิตก่อนแล้วค่อยหาที่ขาย มันถึงแค่พออยู่ได้ ไม่ถึงกับร่ำรวย มาจนทุกวันนี้

**ที่มีตลาดรองรับแน่นอน ก็มีนะ เช่น iPhone ยังไม่ทันจะเปิดขาย คนแห่จองกันล่วงหน้ามากมาย สินค้าเกษตรก๋พอมี เช่น ทุเรียน ที่ดังๆจองกันข้ามปี ลูกละ 4,500 บาท มั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้มันแล้วแต่กระแสนิยมในตัวของสินค้านั้นๆด้วย



คู่มือการเลี้ยงกบ เราได้คัดลอกมาจากบริษัท ลีพัฒนาอาหารสัตว์ จำกัด
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคึกษาเท่านั้น
อ่านที่นี่ –> หน้า 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12


เทคนิคการให้อาหารกบ
1. แนะนำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำ ให้เสร็จก่อนให้อาหาร เพื่อป้องกันกบกระโดดจนจุกและตาย นอกจากนี้ยังช่วยให้กบสดชื่นและกินอาหารในสภาพที่สะอาดมากขึ้น ลดอาการของโรคท้องอืดได้ด้วย
2. ควรให้อาหารในช่วงเช้าและเย็นที่มีอากาศอบอุ่น หรือมีแสงแดดส่งค่อนข้างร้อนๆ เพราะกบจะกินอาหารดี และย่อยอาหารได้ดีมาก ป้องกันโรคท้องอืดได้
3. ถ้าวันใดมีฝนตกหนักๆและอากาศเย็นกว่าปกติ ไม่ควรให้อาหารกบ หรือให้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
4. ในการเปลี่ยนเบอร์อาหาร อย่าเปลี่ยนทันที ให้ผสมระหว่างอาหารเบอร์เก่ากับเบอร์ถัดไป


เทคนิคการเลี้ยงกบทั่วๆไป
1. ถ้าใช้เป็นน้ำคลองที่มีการไหลและหมุนเวียนตลอด จะนำมาเลี้ยงกบได้ดีที่สุด กบแข็งแรง ไม่ค่อยมีโรค อัตรารอดสูงกว่า
2. การใช้น้ำบาดาล บางที่นำมาใช้เลี้ยงได้เลย แต่หลายๆที่ยังคงต้องนำมาใส่บ่อพักไว้ก่อน เพื่อตรวจวัดให้ได้คุณภาพที่ดีพอก่อนนำไปใช้
3. น้ำประปา ที่มีคลอลีนไม่มากนัก สามารถนำมาเลี้ยงกบได้ แต่อาจไม่คุ้มค่ามากนัก
4. การใส่กบอย่างหนาแน่น และถ้าน้ำหมุนเวียนดีๆ จะดีกว่าใส่กบจำนวนน้อย เพราะการใส่ให้หนาแน่นกบจะกินอาหารดีและทั่วถึงกว่า(เห็นตัวอื่นๆกิน ก็จะวิ่งมากินตามๆกัน)
5. ผู้ที่เพิ่มเริ่มเลี้ยง แนะนำให้ซื้อลูกพันธุ์กบที่มีตัวโตๆไปทดลองเลี้ยงก่อน เพราะโอกาสรอดจะสูง และแข็งแรงกว่าลูกกบเล็ก
6. ถ้าจะเลี้ยงจริงจัง ในปริมาณมาก แนะนำให้เลี้ยงในบ่อดิน หรือในบ่อปูน หรือในกระชัง จะสะดวกที่สุด
7. ช่วงต้นฤดูฝนใหม่ๆ กบจะเป็นโรคต่างๆได้ง่าย เช่น โรคตาขาว โรคกระแตเวียน โรคปากแดง โรคเป็นแผลพุพอง จึงต้องระวังในการเลี้ยงเป็นพิเศษ และให้ยาตามความเหมาะสม


เทคนิคการตลาดและการขายกบ
1. ต้องเลี้ยงกบในปริมาณน้อยๆในช่วงต้นๆฤดูฝน เพราะกบจะมีราคาถูกที่สุด หรือให้พักบ่อเพื่อฆ่าเชื้อโรคในช่วงนี้ไปเลย
2. ควรผลิตกบในแต่ละเดือนตามความต้องการของตลาดเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงให้มากหรือแน่นเต็มพื้นที่ แต่ชีวิตจริงๆอาชีพเกษตรด้านเลี้ยงสัตว์ มักไม่มีตลาดรองรับที่แน่นอน แต่จะเป็นการแข่งกันขายให้พ่อค้าคนกลางซะมากว่า จึงถูกกดราคาและได้กำไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
3. ถ้าเป็นช่วงที่กบมีราคาถูกมากๆ ควรแบ่งกบจำนวน 30 – 50% ออกไปขายปลีกตามท้องตลาด หรือตลาดนัดเพราะจะได้ราคาสูงเฉลี่ยที่ 70 บาท/กก. ที่เหลือขายส่งให้พ่อค้าคนกลางจะได้เฉลี่ย 25 – 35 บาท/กก. นั่นหมายความว่าโดยรวมแล้วเรายังขายได้เฉลี่ย 40 – 45 บาท/กก. ซึ่งยังเป็นราคาที่รับได้ ก็ยังมีกำไรเพียงเล็กน้อย แต่จะยังไม่ถึงกับขาดทุน
4. ผู้ที่เลี้ยงน้อยๆควรเข้าร่วมโครงการตรวจโรคฟรี กับฟาร์มกบใหญ่ ในพื้นที่ หรือขอขายร่วมเมื่อมีพ่อค้ามาจับที่ฟาร์มนั้นๆ ซึ่งปัจจุบันไม่น่าจะมีแล้ว


ตลาดกบในความจริง จะต่างกับที่คุณฝันไว้เยอะ
เนื่องจากอาชีพเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสัตว์ หรือทำนา หรืออื่นๆ ถ้าถามว่ามีตลาดรองรับมั้ย ก็ต้องตอบได้เลยว่ามีตามแต่ฤดูกาล แต่มันไม่แน่นอนเพราะว่าทุกอย่างมันขึ้นกับสภาพแวดล้อมในแต่ละปีและราคาที่พ่อค้าคนกลางจะให้เราด้วย หากสินค้าใดมีคนบอกว่ามีตลาดรองรับ คนก็จะแห่กันไปทำเพราะการเกษตรคนมันเยอะและทำไม่ยากมาก ไม่ได้ใช้เทคนิคขั้นสูงอะไร พอแห่ไปทำกันของมันก็ล้นตลาดเพราะว่ามันมีอายุจำกัดต้องรีบขาย พ่อค้าก็จึงกดราคาได้ง่ายๆ ก็เจ้งกันไป แล้วพอเจ้งแล้วเข็ดก็เลิกทำกัน แล้วมันก็ขาดตลาดจริงๆ เรียกว่าใครทนได้ ใครทำถูกเวลาเขาก็ว่ามีตลาดรองรับเยอะ ไม่พอขาย ใครทำผิดฤดูก็เจ้งแล้วบ่นว่าล้นตลาดหรือตลาดตัน ทั้งหมดนี้ คือ ความจริงที่ว่า เกษตรกรแต่ละท่านมีความรู้แตกต่างกัน มีทั้งมือใหม่ มือเก๋า จะให้มือใหม่ๆขายผลผลิตที่ตนเองมีได้ดีเท่าผู้ที่ทำมาก่อนทำมานานแล้วจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นคนที่เริ่มต้นใหม่ต้องค่อยๆเก็บประสบการณ์ อย่าโทษแต่ว่าตลาดตัน ให้มองว่าที่ตันคือ ความรู้ของเราต่างหาก ที่ยังมีแค่เพียงน้อยนิด


แนะนำ หลักการเลือกซื้อลูกกบ อย่างคุ้มค่าการลงทุน
1. อย่าเสียดายน้ำมัน จะเลี้ยงกบทั้งที ก็ต้องไปดูขนาดลูกกบที่ฟาร์มนั้นๆก่อนว่าท่านพอใจหรือไม่ ดีกว่าถูกหลอก หรือได้ของไม่ดี
2. อย่าใช้แค่วิธีโทรคุย แล้วสั่งลูกกบทันที หรือจ่ายเงินมัดจำโดยการโอนเงินล่วงหน้า เพราะอาจถูกหลอกได้ง่ายๆ เรียกกันว่า “เก็บเงินท่านไปก่อน แล้วค่อยวิ่งหาลูกกบจากแหล่งต่างๆมาส่งให้ท่าน ประมาณนี้” จริงๆแล้วเขาอาจไม่ได้เพาะเอง ถ้าหาไม่ได้จริงๆค่อยคืนเงินก็มี
3. จงระวังผู้ขายที่ไม่มีที่อยู่ ไม่มีแผนที่เพื่อให้ท่านไปดูลูกกบที่ฟาร์ม ไม่มีเบอร์โทรติดต่อ อะไรประมาณนี้ หรือมีแต่อีเมล เพื่อใช้ติดต่อเท่านั้น จะซื้อลูกพันธุ์ ต้องดูผู้ขายที่มีหลักแหล่งที่แน่นอน
4. ผู้ขายบางราย ใช้วิธีทิ้งแค่อีเมล หรือเบอร์โทรเอาไว้ ให้ท่านหลงติดต่อสั่งซื้อ แต่ไม่มีบ่อเพาะพันธุ์จริงๆ แบบนี้เรียกว่า “การวิ่งลูกกบตามที่ลูกค้าสั่ง” โดยจะวิ่งหาจากฟาร์มต่างๆแล้วนัดส่งตามจุดที่ลูกค้าต้องการ แบบนี้อันตรายมากๆ เพราะท่านมักจะได้ลูกกบที่เป็นโรคจากที่ใดบ้างก็ไม่รู้ไปเลี้ยง ท่านอาจะขาดทุนได้ง่ายขึ้น ถ้าเจอผู้ขายแบบนี้
5. ถ้าท่านเลือกได้ อย่าไปซื้อลูกกบจากผู้ที่เน้นเพาะลูกกบขายเท่านั้น แต่ว่าเขาไม่ได้เลี้ยงเอง เพราะกบอาจจะโตช้า หรือเป็นโรค เนื่องจากมักจะใช้พ่อแม่พันธุ์กบที่มีสายเลือดชิดกันมาเพาะ แต่ก็ไม่ทุกที่ อันนี้ต้องดูให้ดีๆด้วยตัวท่านเอง
6. เลือกฟาร์มที่ใกล้ๆบ้าน เดินทางสะดวก มีแผนที่ เพราะยิ่งขนย้ายง่าย รวดเร็ว กบจะไม่อ่อนแอ ไม่เพลีย ตายน้อยกว่า 5%
7. ควรไปเจอผู้ที่เลี้ยงตัวจริง จะได้คุยเรื่องวิธีการเลี้ยงอย่างละเอียด เพื่อเป็นแนวทาง ลดความเสี่ยง
8. เลือกผู้ขายที่คัดขนาดลูกกบไว้แล้ว ไม่ใหญ่หรือเล็กกว่ากัน นำมาเลี้ยงได้ทันที

** ถ้าท่านใดคิดว่าไม่สะดวก หรือทำไม่ได้ ตามข้อ 1 – 5 ด้านบน อาจจะขาดทุนได้ง่ายๆเลย


มีการรับซื้อกบคืนจริงๆ หรือกลลวงกันแน่?
มีบางที่ ที่อาจจะบอกหรือรับปากกับท่านว่าเขารับซื้อคืนแน่นอน โดยให้ราคาเท่าโน้นเท่านี้ ถ้าซื้อลูกพันธุ์จากเขาไป ท่านจงคิดใตร่ตรองให้มากๆ ว่าท่านเลี้ยงมากน้อยเพียงใด และอยู่ไกลจากฟาร์มนั้นๆเท่าใด แล้วเขาจะยอมเสียเวลา เสียน้ำมันวิ่งมารับซื้อกบจำนวนเพียงไม่กี่กิโลกรัมกลับไปอย่างที่ว่าไว้หรือไม่ เพราะส่วนใหญ่เขาจะรู้ว่าถ้าขายให้ท่านไปแล้ว(ขาจร หรือ คนเลี้ยงหน้าใหม่ๆ) ท่านมักจะมาซื้อซ้ำอีกไม่เกิน 2 ครั้ง (บางทีอาจถูกยัดกบที่มีปัญหาปนมาให้ท่านอีกด้วย) บางแห่งก็แค่พูดๆไปเพื่อให้ขายได้เท่านั้นก็มี ท่านต้องระวังและคิดทบทวนอย่างรอบคอบก่อนซื้อ เพราะมีหลายท่านถามมาและบ่นให้เราฟังประจำว่ามีเจอผู้ขายแนวนี้เยอะ จึงเตือนไว้ล่วงหน้า สังเกตง่ายๆ ถ้าเป็นผู้ที่ผลิตลูกอ๊อดเองจะต้องมีพ่อแม่พันธุ์ และบ่ออนุบาลลูกอ๊อด ไม่ใช่มีแค่บ่อพักลูกกบเล็กไว้รอขายต่ออย่างเดียว
(จำนวนผู้เข้าชม 87,372 views)